Congratulation.. นะศิษย์น้อง

posted on 09 Feb 2008 00:19 by konjonjon

 

ถึงศิษย์น้อง..

          วันนี้ (7 กุมภาพันธ์ 2551) พี่เดินทางเข้าไปในมหาวิทยาลัยของเราอีกครั้ง เข้าไปหาตำราของมหาวิทยาลัยฯ เพื่อนำไปอ่านประกอบการสอน ที่จริงพี่ก็เข้าไปบ่อยๆ อยู่แล้ว เพราะต้องไปลงทะเบียนเรียนบ้าง (แบบว่าเป็นนักศึกษาใหม่อ่ะ เป็นรุ่นน้องของศิษย์น้องอีกครั้ง) หรือบางทีไม่มีที่ไปก็เลี้ยวเข้าไป.. เข้าไปโดยไร้จุดมุ่งหมาย แต่มีความสุขทุกครั้งที่ผ่านเข้าสู่ประตูรามฯ

          แต่วันนี้พี่เห็นผู้คนมากมายจึงได้รู้ว่ามีการซ้อมรับปริญญา ถึงแม้ว่ารถจะติดมากแต่พี่ก็ไม่ละความพยายามที่จะดั้นด้นไปให้ถึงอาคารสำนักพิมพ์ ที่อยู่ริมถนนรามคำแหง ติดๆ กับ กกท... ศิษย์น้องคงจำได้ พี่ได้มองเห็นรอยยิ้มทั้งของพ่อแม่ญาติพี่น้องที่มาร่วมแสดงความยินดีและถ่ายรูปกับลูกหลานที่จบการศึกษา และกำลังจะเข้ารับพระราชทานปริญญาในปีนี้ เพราะคาดว่าวันรับจริงคนคงเยอะจนไม่มีที่จะเดิน ก็เลยมาแสดงความยินดีวันนี้รล่วงหน้ากันบางส่วน ความรู้สึกไม่ต่างกันเลยกับตอนที่พี่จบการศึกษาจากที่นี่ไป.. พี่หลับตานึกภาพในวันนั้นได้อย่างแม่นยำ

          พี่จำได้ว่า ตลอดเวลาในขณะที่กำลังศึกษา (ป.ตรี) อยู่นั้น ชีวิตมันค่อนข้างอิสระเสรี ไม่มีใครมาบังคับจิตใจให้ขยันหรือขี้เกียจเรียนได้ มีเพียงตัวเราเท่านั้นที่เป็นนายตัวเอง หากแต่ถ้าไม่มีวันนั้น วันที่เด็กบ้านนอกคนหนึ่งเดินเข้าไปสมัครเป็นนักศึกษาใหม่ จนถึงวันสำเร็จการศึกษาหัวใจมันพองโตอย่างบอกไม่ถูก แต่สิ่งที่พี่คิดว่าเป็นที่สุดคือความภาคภูมิใจของพ่อและแม่ที่เฝ้าฟังข่าวคราวอยู่ทางบ้าน

          ถึงแม้ว่าการจบการศึกษาในคราวต่อมามันจะมีความเร้าใจน้อยกว่าครั้งแรก แต่ความภาคภูมิใจก็ไม่ได้น้อยไปกว่าเดิมเลยแม้นิดเดียว เพราะคำว่ารามคำแหงอยู่ในใจตลอดเวลา หรือมันอยู่ในสายเลือดเสียแล้วก็ไม่รู้ ถ้าเป็นความรักน่าจะเรียกว่า รักแบบหัวปักหัวปำ น่าจะไม่ผิด เพราะที่นี่มันได้ทำให้พี่รู้ถึงการใช้ชีวิต การควบคุมตัวเองให้หลุดพ้นจากสิ่งเลวร้ายต่างๆ ถึงแม้ว่าจะได้ถลำลึกไปบ้าง เซบ้าง แต่สุดท้ายก็สามารถว่ายฝ่าสิ่งเหล่านั้นมาได้อย่างปลอดภัย มันจึงเหมือนเป็นบทเรียนบทหนึ่งของที่นี่.. ที่รามคำแหง บทเรียนที่ทำให้ชีวิตแกร่งขึ้น เข้มแข็งขึ้น จนสามารถอยู่มาถึงทุกวันนี้.. พี่เชื่อว่าศิษย์น้องคงรู้สึกเช่นเดียวกัน

          พี่ยังจำได้ถึงความตื้นตันในหอประชุมวันนั้น ต่อหน้าพระพักต์ฯ และพระราโชวาทที่ได้พระราชทานให้แก่บัณฑิตทั้งหลายได้เสมอ

          ในวันจันทร์ที่จะถึงความตื้นตันก็จะเกิดกับศิษย์น้องอีกครั้ง.. พี่มั่นใจ และมั่นใจว่าลูกสาวพ่อขุนฯ คนนี้จะมีชีวิตที่แกร่ง ประสบความสำเร็จในชีวิตทุกๆ ด้าน และรักษาเลือดน้ำเงินทองไว้ให้สมกับคำขวัญที่ว่า "รู้จักอภัย ตั้งใจศึกษา บูชาพ่อขุนฯ สนองคุณชาติ"

ขอแสดงความยินดีกับศิษย์น้องอีกครั้ง

ศิษย์พี่

______________________________

ปล.. พี่มีเพลงมาให้ศิษย์น้องฟังด้วยเพลงนึง แถมเนื้อร้องให้ด้วย เพื่อบรรยากาศจะได้เหมือนกำลังเดินอยู่ในรามฯ ร้องคลอไปด้วยก็ไม่เป็นไรนะ


ใต้ฟ้ารามฯ

(ญ) ฟ้ารามฯยามเช้า  หนุ่มและสาวชาวรามฯ
แย้มยิ้มพริ้มงาม  ตามประสาร่าเริงใจ
กราบกรานพ่อขุนฯ เป็นบุญขอโชคพรชัย
ลูกมา หาความรู้ใหม่ หวังก้าวหน้าไกล ได้ดี

(ช) ฟ้ารามฯยามสาย  ลูกใช่หาย หน้าหนี
ล้วนมีหน้าที่ มิเคยรอรา ช้าอยู่ดูแคลน
เร่งเรียนเพียรหา บรรดา วิชาทั่วแดน
ตั้งใจ ให้ซึ้งถึงแก่น แสนยากเพียงใด ไม่หวั่น

(ญ) ฟ้ารามฯ ยามเที่ยง ส่งสรรพเสียงสุขสันต์
ถึงคราพบกัน ตอนกลางวันพักผ่อนหย่อนใจ
จัดแจงข้าวปลา ซื้อหามา มากมาย
โจษจรรสารพันไม่หน่าย เพื่อนหญิงเพื่อนชายรีบมา

(ช) ฟ้ารามฯยามบ่าย ตะวันฉายส่องพา
ร้อนแรงแสงกล้า พักตามชายคา หนีแดดแผดเผา
เรื่องเรียน เรื่องงาน สารพันสรรนำมาเล่า
ได้เวลารีบเรียนเพียรเอา เพื่อชีวิตเรารุ่งเรือง

(ญ) ฟ้ารามฯยามเย็น แดดอ่อนลมเย็นทั่วเมือง
มิตรมองนองเนือง แสงเรืองรำไร แสงใต้ส่องงาม
กราบลาพ่อขุนฯ ไม่ลืมพระคุณทุกยาม
จวบตะวันผันคืนฟ้ารามฯ ลูกพ่อ มาตามสัญญา

(พร้อม) ฟ้ารามฯยามค่ำ ขับกลอนลำนำกล่อมลา
ขวัญรามฯ งามสง่า นั่งชมดาราเหนือแท่นเนินทอง
ห่วงใดพ่อจ๋า พ่อจงนิทราเดือนส่อง
รุ่งอรุณฟ้ารามฯงามผ่อง ผองลูกจะมาเหมือนเคย